ความเดียวดายของ...'s profileI LiVe foR nO oNE bUt my...PhotosBlogLists Tools Help

ท่วงทำนองที่ขาดหาย?

ปูมที่ 060706

ทุกครั้งที่หยิบซีดีขึ้นมาฟัง ความสงสัยบางอย่างจะผุดขึ้นทุกคราไป...

 
ซีดีอัลบั้ม Fever To Tell ของวง Yeah Yeah Yeah แผ่นนี้มีทั้งหมด 11 เพลง นั่นไม่ใช่เรื่องแปลก ที่แปลกคือไอ้เจ้าเพลงที่ 11 ของแผ่นนี้แหละที่ทำให้สงสัยว่า ตกลงอัลบั้มนี้มันมี 11 หรือ 12 เพลงกันแน่? 
  จะว่าไปก็คือ ท่วงทำนองของเพลง Modern Romance ซึ่งเป็นเพลงที่ 11 จะจบลงที่นาทีที่ 3.10 ตามแบบฉบับของเพลงทั่วไป หลังจากนาที่ที่ 3.10 เสียงเพลงจึงเฟดเงียบลงคล้ายว่าจะจบ แต่เดี๋ยวก่อน ท่วงทำนองที่ขาดหายไปจะปรากฎขึ้นอีกครา....
นาทีที่ 4.29 ท่วงทำนองแห่งเสียงจะดังขึ้นเบาแสนเบา เป็นอีกท่วงทำนองหนึ่ง ราวกับเป็นคนละเพลงกับเพลงเมื่อซักครู่ แน่นอนว่าทั้งสองท่วงทำนองนั้นแตกต่างกันลิบลับ ทั้งเนื้อหาและอารมณ์ของการเปล่งเสียงร้อง... พลิกไปดูหลังปกซีดีอีกครั้งหนึ่ง เพื่อยืนยันว่ามันมี11 เพลง ? ใช่ หลังปกยืนยันความคิดนั้นได้เป็นอย่างดี หรือว่าการทำเพลงแบบนี้มันจะเป็นเสน่ห์เป็นคอนเซปท์ที่แตกต่างจากเพลงทั่วไป? ไม่เอาน่า ใครที่ไหนเค้าจะเว้นช่วงห่างถึง 1 นาที กับอีก 19 วินาที เพื่อให้คนฟังเสียอารมณ์?

เดี๋ยวก่อนอย่าเพิ่งหาคำตอบกับซีดีแผ่นนั้น เพราะไม่เฉพาะซีดีของ Yeah Yeah Yeah วงร็อกชื่อดังเท่านั้น ที่มีท่วงทำนองที่หลบซ่อน หากใครมองว่าการเฟดเงียบ 1.19 นาที เป็นเรื่องแปลก ลืมความคิดนั้นไปได้เลย เพราะซีดีของวง LFO บอยแบนด์เพลง PoP ก็มีเรื่องทำนองนี้เช่นกัน...

ขณะนี้ซีดีแผ่นบ้านี้ไม่ได้อยู่ในมือจึงไม่สามารถจดจำรายละเอียดทั้งหมดได้ว่าตัวเลขที่ถูกต้องเป็นเช่นไร แต่คร่าวๆคือ สมมติว่าทั้งอัลบั้มมี 12 เพลง สมการที่ถูกต้องคือเวลาที่เราเอาแผ่นซีดีไปรันบนเครื่องเล่น เครื่องจะต้อง Search เจอ 12 เพลง right?
เปล่าเลย สิ่งที่เจอคือ 56 เพลง ไม่ก็ 69 เพลงอะไรทำนองนี้แหละ เพลงบ้าที่ไหนที่จะบรรจุได้ในซีดี 1 แผ่นเยอะขนาดนั้น (ไม่ใช่ MP3 ซะหน่อย) ดังนั้น ทุกครั้งที่จบเพลงสุดท้าย ท่วงทำนองจึงเงียบหายไป ใช่สิ ที่ถูกมันควรเป็นแบบนั้น.. ทุกครั้งที่จบเพลงสุดท้ายหลายคนจึงมักจะกดครื่องเล่นซีดีให้เล่นเพลงแรกใหม่เสมอ ช่างเป็นซีดีแผ่นที่ทรมานเหลือเกินในการฟังซ้ำหลายรอบ เพราะมันไม่สามารถวนloop ให้ได้...

 

 

หลายอาทิตย์ผ่านไป ขณะที่ทำกำลังความสะอาดบ้านไป ฟังซีดีLFO แก้ง่วงไป ก็เกิดอาการง่วนกับงานตรงหน้าจนลืมไปว่ากำลังฟังเพลงไปด้วย เมื่อเสียงเพลงเงียบหาย แน่นอนว่าไม่ได้เดินไปกดเพลงให้รันเพลงแรกใหม่ เครื่องจึงรันเสียงเงียบไปเรื่อยๆ เพลงแล้วเพลงเล่า จนกระทั่งถึง......เพลงสุดท้าย....
เสียงเพลงแปลกประหลาด ด้วยท้วงทำนองที่ไม่เคยได้ยิน หากแต่เป็นเสียงของ LFO แผดดังขึ้น!! ไวเท่าความคิด เท้าสาวไปหากองซีดี มือควานหยิบ ตามองด้วยความกระหายใคร่รู้! สิ่งที่สมองประมวลผลได้คือ "ไม่มีเพลงนี้ในสารระบบรายชื่อเพลง!!!!!!!" โทรไปหาเพื่อนที่ซื้อซีดีอัลบั้มนี้เช่นกัน ผลปรากฎคือ มันไม่เคยฟังเพลงที่ว่าเลยแม้แต่ครั้งเดียว!!!! แล้วเพลงที่คนคนหนึ่งคนนี้ได้ยิน เพลงที่จนถึงทุกวันนี้ ทุกครั้งที่คนคนนหึ่งเปิดก็จะได้ยินเรื่อยไป (ถ้ารอฟัง) มาจากไหน???

ขอความสุขจงมีแด่ผู้ที่ได้ฟังท่วงทำนองที่หลบซ่อนทุกคน

สวัสดี...

ภาษาอังกฤษสำเนียง?

  ปูมที่  050706          
 
             เคยมั้ย เวลาที่อยู่ใกล้ใคร หรือคุยกับใครเรามักจะติดสำเนียงนั้นมา บางครั้งก็รู้ตัว แต่บางครั้งก็ไม่รู้ตัว อย่างช่วงนี้ก็รู้สึกว่าติดสำเนียงเสี่ยวเอ้อกับพี่ก๊อปมาเหมือนกัน คงเพราะสำเนียงเค้ามีเอกลักษณ์มั้ง(เหน่อนั่นเอง - -")  แต่แปลกแฮะไม่ยักกะติดสำเนียงเดียร์ซักกะติ๊ด ทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกัน (ฮา)
              ภาษาอังกฤษก็เหมือนกัน ช่วงที่ผ่านมาเล่น Final Fantasy X บ่อยเกิน สำเนียงภาษาอังกฤษเลยกลายเป็นไฟนอลซะงั้น ^^"  อย่างวันก่อน คุยๆ เล่นๆ กับพี่กิมอยู่ มันก็ถามขึ้นมาว่า "นี่มันสำเนียงอะไรเนี่ย?"  ตอบมันไปอย่างภาคภูมิใจ "สำเนียงไฟนอลว่ะพี่"  555 เป็นงั้นไป แต่ก็เอาเถอะ คาดว่าสำเนียงจะเปลี่ยนในเร็ววัน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็ข้างบ้านน่ะดิ เป็นพวก มาเล ฟิลิปปินกันหมด นั่งรถก็นั่งคันเดียวกัน ไป-กลับ ก็ได้ยินสำเนียงมาเลกรอกหูเช้า-เย็น  อย่างเมื่อวานสาวมาเลที่ชื่อ June ก็มาชวนคุย ถามนู่นถามนี่ว่าจะไปไหนได้ยังไงบ้าง หนุ่มมาเลที่ชื่อ Daly หรือ Dali อะไรนี่แหละก็ถามศัพท์ภาษาไทย แถมยังว่าจะขอมาเที่ยวที่บ้านอีกแน่ะ โอ้ววว ไม่นะ สำเนียงต้องกลายเป็นมาเลในไม่ช้าแน่ๆ T_T  
              เห็นทีต้องดูหนังฮอลิวู้ดกรอกหูตัวเองทุกวันซะแล้ว ไม่งั้นไม่แคล้วสำเนียงเพี้ยนอีกแน่...
 
ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ชาวมาเลและฟิลิปปินข้างบ้าน
 
สวัสดี...
 
 

เจ้านายไปเวียดนาม ทั่วเขตคามก็ลั่นล้าอยู่แล้ว

 ปูมที่ 040706
 
เช้านี้เจ้านายบินไปดูงานที่เวียดนามแต่เช้า... เจ้านายไปเวียดนาม ทั่วเขตคามก็ลั่นล้าสิ แฮ่ๆ เหมือนมีใครมาตัดโซ่ตรวนที่คล้องคอทิ้งไป อย่างน้อยก็ไม่ต้องวิ่งรอก สมาคมฯ - สาทร - DAP ล่ะว้า แถมสามารถคิดงานได้ลื่นไหลไอเดียกระฉูดอีกต่างหาก...กลิ่นของเสรีภาพทางความคิดช่างหอมหวล...
 
You can’t control me tell me what to do
Chained in mediocrity so I can be like you
I am not a statue not part of a machine
I’m sick and tired of the whole routine
Calculate your future, computerise your past
Instant replay if it’s gone too fast
Take away my freedom, take away my home
I’m only human but it might now show
I’m not made of stone
I’m a freedom fighter I got something to say
I’m a freedom fighter get out of my way
Hide behind your politics, hide behind your rules
Tell me I’m a man but you treat me like a fool
It’s the same old story with a different name
You give us all a number and nothing changes
Out in the winter of a world upon it’s knees
Everyone is watching but no one sees
You can’t take my freedom you know it is my right
If you try and stop me I’m gonna fight
With all of my might
I’m a freedom fighter and I’m taking command
I’m a freedom fighter and I’m making a stand
Fighting for breath as the world gathers speed
Time’s running out for the things that I need
I’m a freedom fighter I gotta take a stand
I’m a freedom fighter, yeah that’s what I am
I’m a freedom fighter I can’t take it no more
I’m a freedom fighter no no more
I’m a freedom fighter but I’m not afraid
I’m a freedom fighter get out of my way. 

 

ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ลุกน้องทุกคนที่เจ้านายไม่อยู่

สวัสดี...

 

 

Landlady

Occupation
Location
Photo 1 of 1
No list items have been added yet.

I LiVe foR nO oNE bUt mySelF.

wHeTher yOu liKe iT Or not.

ภาษาไทยน่ารู้

 
 
วันนี้วิญญาณอาจารย์แม่เข้าสิง จึงขอนำเสนอซักเล็กน้อย...

เชื่อหรือไม่..คำว่า "โหลน" ที่คนไทยส่วนใหญ่แปลว่า ลูกของเหลน
ไม่มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน!
แท้จริงแล้ว คำที่ใช้เรียกลูกของเหลน คือ "ลื่อ"
โปรดฟังอีกครั้ง ลื่อ มิใช่ โหลน!

ลูกของลูก เรียก หลาน
ลูกของหลาน เรียก เหลน
ลูกของเหลน เรียก ลื่อ
ลูกของลื่อ เรียก ลืบ
ลูกของลืบ เรียก ลืด
ลูกของลืด เรียก ?? (ใครรู้วานบอก)

โปรดช่วยกันเผยแพร่ความรู้

 


สวัสดี
 
 

นกที่อยากว่ายน้ำ

 
 
...ถึงเป็นปลา ถ้ามีศรัทธา ก็บินได้...” ตัวอักษรของธนาคม พจนาพิทักษ์ ทำให้ฉันต้องหยุดกึก คิดทบทวน – ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะมีปลาที่ไหนอาจหาญและเข้มแข็งพอที่จะบินไปได้อย่างตลอดรอดฝั่ง แน่นอนว่าฉันไม่ใช่ปลา และฉันไม่ต้องการบินได้ ทำไมน่ะหรือ? ก็เพราะ...ฉันบินได้อยู่แล้วน่ะสิ!

ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ใช้ชีวิตในรั้วสีม่วง วารสารศาตร์และสื่อสารมวลชนปลูกฝังให้ฉันเชื่อมาตลอดว่า ‘ฉันคือนกน้อยในไร่ส้ม’ ที่สามารถมีอิสระเสรี บินไปไหนต่อไหนได้ทุกที่ ถ้าปีกของฉันแข็งแรงพอ

..
..
ก้าวมาเถิดนกน้อย
พี่จะคอยสอนเจ้าบิน
ปีกยังอ่อนอาจร่วงลงดิน
แต่อย่าสิ้นความตั้งใจ
อาจจะเหนื่อยและอาจล้า
กับคำว่ากระพือปีกบิน
อาจท้อเพราะไม่เคยชิน
แต่โปรดจงยินว่าพี่จะรอ
รอนกน้อยตัวใหม่
ผูกสายใยให้สายใยยาว
ดินแดนนี้คือไร่ของเรา
ร่วมเศร้าร่วมทุกข์สุขด้วยกัน
จงภูมิใจในสีม่วง
และแหนหวงสีม่วงเราไว้
วารสารมิใช่อื่นไกล
คือดวงใจแห่งเราทุกดวง
..
..

ตอนนี้ปีกของฉันแข็งแรงพอที่จะ ‘บินเดี่ยว’ ได้แล้ว แต่นกอย่างฉันกลับมีรสนิยมที่ผิดแผกแตกต่างจากนกตัวอื่น นกอย่างฉันอยากจะว่ายน้ำ ท่องดินแดนเสรีใต้พื้นแผ่นของเหลวอันกว้างใหญ่ - ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบิน แต่ฉันอยากให้การโบยบินเป็นงานอดิเรกมากกว่าที่จะเป็นทั้งชีวิต

เป็นนกกระจิบแต่ริจะว่ายน้ำ มันคงจะยากน่าดู ฉันไม่เชื่อว่าศรัทธาจะทำให้นกว่ายน้ำได้ เช่นเดียวกับที่ไม่เชื่อว่าศรัทธาจะทำให้ปลาบินได้ สิ่งที่ฉันเชื่อคือ การเรียนรู้และตู้เสื้อผ้าจะช่วยให้ความฝันเป็นจริงได้!

นกกระจิบอย่างฉันขอสลัดขนที่ใช้สำหรับบินเก็บเข้าตู้และขอเรียนรู้ด้วยขนเพนกวินที่อาจจะทำให้ฉันดำผุดดำว่ายได้ตามรสนิยมของตนเอง

ความตั้งใจของฉันคือ โฉบเฉี่ยวใต้ทะเลให้ได้เห็นปะการังและมวลหมู่สัตว์น้ำที่สวยที่สุดและอยู่ลึกที่สุดจนกว่าใจและปีกบางๆจะเรียกร้องให้กลับไปสูดอากาศเหนือพื้นน้ำอีกครั้ง หรืออย่างน้อยๆก็อยากพิสูจน์ให้โลกรู้ว่า ‘นกอย่างฉันว่ายน้ำได้’ กลายเป็นตำนานเล่าขานให้นกรุ่นหลังฟังต่อไป - ไม่แน่นะ ฉันอาจจะว่ายน้ำได้ในเร็ววันก็เป็นได้ ทำไมน่ะเหรอ? ก็เพราะตอนนี้ฉันพร้อมที่จะสลัดปีกแล้วน่ะสิ...



ถ้าไม่มีฝัน ชีวิตนี้จะมีอยู่เพื่ออะไร
สวัสดี

Love Letter

จดหมายรัก
 
เชื่อว่าในชีวิตของคนหนึ่งคนจะต้องเคยได้รับจดหมายรักอย่างน้อยหนึ่งฉบับ
หรือไม่ก็เป็นคนทำมันขึ้นมาเองอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
ไม่เว้นแม้แต่คนประหลาดเช่นผม...


ผมเขียนจดหมายรักไม่เก่ง และไม่ถนัดที่จะรับเช่นกัน
กองจดหมายรักเก่าๆ ที่ค้นเจอในกล่องจดหมายเก่าเก็บจึงสร้างความประหลาดใจให้กับผมเป็นอันมาก
ใครจะคาดคิดว่าคนเยี่ยงผมจะเป็นที่น่าสนใจของสังคมถึงปานนี้


ในกล่องจดหมายนั้นมีทั้งสื่อรักจากเด็กผู้หญิง รุ่นพี่ผู้หญิง เพื่อนผู้หญิง เพื่อนผู้ชาย รุ่นพี่ผู้ชาย รุ่นน้องผู้ชาย และกระเทย ขาดก็แต่จดหมายรักจากทอมเท่านั้น
น่าเสียดายที่ไม่มี มิเช่นนั้นคงได้จัดนิทรรศการให้รู้แล้วรู้รอดกันไป


แปลก
ผมไม่ใช่คนหน้าตาดี ไม่ใช่คนมีเสน่ห์ นิสัยรึก็ออกจะกวนตีน
ขวานผ่าซากก็เท่านั้น ไม่ใส่ใจความรู้สึกของคนอื่นก็เท่านั้น
ที่เห็นจะพอมีดีอยู่บ้างก็ตรง ปากดี นี่แหละ
ไม่เข้าใจว่าพวกเขาเหล่านั้นคิดอะไรกันอยู่
คนอย่างผม ให้เปล่าผมยังไม่เอาเลย


ใครจะเชื่อว่าผมเคยได้รับจดหมายรักจาก หลีดมหา'ลัย จากเพื่อนเก่าแก่ จากคนแปลกหน้า จากเพื่อนใหม่ที่คุยกันไม่กี่ประโยค จาก จาก จาก...
หลายคนอดทนพยายาม "สื่อรัก" กว่าเจ็ดแปดปี
หลายคนเลิกติดต่อไปด้วยโดนทำลายน้ำใจจากผม แต่แล้วก็กลับมาพยายาม "บอกรัก" อีกหน
ผมว่ามันเป็นการกระทำที่งี่เง่ามาก
อาจจะฟังดูแรงแต่ผมก็คิดของผมอย่างนี้จริงๆ


ตัวละครจากหนังสือเรื่อง "ความสุขของกะทิ" กล่าวไว้ว่า
"อย่าดูหมิ่นความรักของใครเป็นอันขาด"
อย่างว่าแหละ ผมมันนิสัยเสียเสียด้วยสิ
การพยายามไม่ดูหมิ่นความรักจึงเป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับผม


ตามคำกล่าวที่ว่า "ผมไม่รู้ว่ารักคืออะไร แต่ผมรู้ว่าอะไรไม่ใช่รัก"
การส่งจดหมายรักถึงผมมันจึงเหมือนการรินน้ำลงไปในแก้วที่ไม่มีก้น
ไม่มีทางได้น้ำดื่ม คุณก็รู้


ความรัก เป็นสิ่งสำคัญ?
เป็นสิ่งสามัญ?
มันมีจริงหรือไม่?
แล้วโลกจะได้รับสิ่งใด?
จากคนสองคนที่มีโลกส่วนตนเพียงแค่กันและกัน

ปราศจากความรักเด็กยังคงเกิดมาสมบูรณ์ดี
ประชากรดาวเดราห์ในรอบล้านปีเพิ่มอัตรา
อาจไม่ต้องพึ่งพาความรักแม้นิดเดียว

ปล่อยให้ผมที่ไม่เคยมีความรัก
ปฏิเสธที่จะพานพักตร์
กับคนที่มอบความรักให้ต่อไป
ปล่อยให้ผมพร่ำเพ้อต่อไปเถอะว่า
ความรักไม่ใช่สิ่งสำคัญอะไร
เพราะสิ่งที่ผมเชื่อจะช่วยทำให้ชีวิตเป็นเรื่องง่าย
ในการที่จะอยู่ หรือ...ตาย



ด้วยความไม่รัก

สวัสดี



* แรงบันดาลใจจากบทกวีของ Wisalawa Szymborska ฉบับแปลโดย ปราย พันแสง*

 

 

I owe so much to those I don’t love.

 
 
 
I owe so much to those I don’t love.

The relief as I agree that someone else needs them more.

The happiness that I’m not the wolf to their sheep.

The peace I feel with them, the freedom

love can neither give nor take that.

I don’t wait for them, as in window-to-door-and-back.

Almost as patient as a sundial,

I understand what love can’t

and forgive as love never would.

-Thank- you Note


Wislawa Szymborska



ขอบคุณที่ฉันไม่ได้รัก

ฉันติดหนี้บุญคุณเหลือคณานัก

ต่อผู้คนที่ฉันมิอาจรักพวกเขาได้

คลายกังวลไปมากมาย

เมื่อมีใครรักพวกเขาเหล่านั้นได้มากกว่าฉัน

สุขใจ-ที่พวกเขามิต้องกลายเป็นลูกแกะ

และฉันไม่ต้องกลายเป็นหมาป่าเช่นกัน



วิสลาวา ซิมโบร์สกา เป็นกวีหญิงชาวโปแลนด์


เจ้าของรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรมในปี 1996

เธอเคยว่า“ฉันชอบมองย้อนกลับไปดูความน่ากลัวในอดีต เพื่อจะก้าวต่อไปในอนาคต”
การเดินทางของชีวิต เราต้องผ่านพบกับผู้คนมากมาย

รักบ้าง เกลียดบ้าง เฉยเมยต่อกันบ้าง คละเคล้ากันไป


ผู้คนมากมาย เรื่องราว มากมาย

การย้อนกลับไปคิดถึงคนที่เราเคยรัก บางครั้งอาจกลายเป็นความเจ็บปวดชนิดหนึ่ง

แต่ใครจะทันได้คิดถึงคนที่เราไม่เคยรัก

เหมือนในกวีบทนี้

โลกเราอาจมีลูกแกะใจกล้ามากมาย ที่ยอมเสี่ยงตายเดินเข้าไปสารภาพรัก

ต่อหน้าหมาป่า ผู้ซึ่งไม่มีวันรักลูกแกะได้

ทั้งยังเป็นหมาป่าใจร้าย ชอบขย้ำฉีกทึ้งเนื้อแกะกินเป็นอาหารด้วย



เมื่อไม่รัก


อาจยากนักที่จะถนอมน้ำใจกันไว้ได้

แต่เนื่องเพราะมิอาจรัก

เราจึงมักคิดถึงพวกเขาด้วยใจสงบได้

เพราะรักไม่ได้

อิสรภาพในความสัมพันธ์ที่เราได้พบจึงยิ่งใหญ่


เราได้พบว่า

เมื่อความรักไม่จำเป็นต้องหมายถึงการรับหรือการให้

เราก็ไม่จำเป็นต้องชะเง้อประตูหน้าต่างรอคอยใคร

ไม่จำเป็นต้องอดทนอดกลั้นเหนื่อยใจเพื่อใครอีกด้วย

ขอบคุณที่ไม่ได้รัก

เพราะหาก “รัก” เข้าแล้วเมื่อไหร่

เราคงมิอาจเป็นเช่นนั้นได้

เพราะไม่ได้รัก..เราจึงรู้จักการให้อภัยอีกแบบหนึ่ง

ในแบบซึ่ง “ความรัก” มิเคยให้ได้

เราอาจเป็นหนี้ผู้คนมากมายที่เราไม่ได้รักเขา

แต่หากถาม “ความรัก”บ้างเล่า

ว่าเป็นเจ้าหนี้ใครอะไรหรือไม่

ความรักอาจตอบเราว่า

มันไม่เคยสร้างบุญคุณแก่ใคร

ไม่เคยมีใครติดหนี้ซักอย่าง

เพราะความรักนั้น..โดยตัวมันแล้ว

คงไม่ขึ้นตรงต่อใคร

สำคัญที่ดวงใจของเราต่างหากที่จะตระหนัก

ฉันติดหนี้บุญคุณเหลือคณานัก

ต่อผู้คนที่ฉันมิอาจรักพวกเขาได้

แต่คลายกังวลไปมากมาย

เมื่อมีใครรักเขาเหล่านั้นได้มากกว่าฉัน




จากหนังสือ พระจันทร์พันดวง


ของ ปราย พันแสง

สวัสดี.

Just Borg

ปูมที่ 250906


... เคยถามตัวเองว่า ...

ทำไมถึงอยู่ คนเดียว ตลอดมาโดยไม่มีใคร

ความรู้สึกเลยตอบไว้ ..

อาจเป็นเพราะ .. โลก กว้างเกินไป

หรือไม่ .. หัวใจ ก็แคบเกิน

คนประหลาด

ปูมที่ 080906

คิวว์เป็นคนประหลาด หนึ่งในคนประหลาด ของชมรมประหลาด แห่งประเทศประหลาด
เขาเป็นคนประหลาดอีกคนหนึ่งที่เชื่อว่าผีมีจริงด้วยประสบการณ์ประจันหน้ากันจะจะกับสิ่งที่เขาเชื่อ
แปลก ที่เวลาเจอผี เขามักจะไม่มีทีท่าว่ากลัวแต่อย่างใด ยืนคุยกันก็มีมาแล้ว
ขณะเดียวกัน สมกับที่เขาเป็นคนประหลาด ถ้าเขานึกถึงเรื่องผี เขากลับกลัวขี้หดตดหาย..

ค่ำคืนหนึ่งในต้นเดือนกันยายน ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
คิวว์นอนพลิกตัวไปมา ปาดเหงื่อที่ไหลย้อยลงมาตามหลังด้วยนึกเสียดายค่าไฟ
เขาสมมติตัวเองให้อยู่ในยุคที่ยังไม่มีการคิดค้นเครื่องปรับอากาศ แต่สมองก็สั่งการให้นึกถึง "พัดลม"
ถ้าเขาไม่สุดทนกับเสียงใบพัดของมัน เขาคง.........
...
...
น่าเสียดายที่ประโยคก่อนหน้าขึ้นต้นด้วยคำว่า "ถ้า" เขาจึงต้องทนปาดเหงื่อต่อไป

เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า จากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม และสี่ ห้า หก วินาทีตามลำดับ
ไม่นานเกินรอ หลังจากผ่านไป 1821วินาที ก็มีลมพัดเข้ามาวูบใหญ่
พร้อมกับเสียงเห่าหอนรับอย่างไม่ขาดสายจากเพื่อนหูตูบทั่วทั้งซอย

เงาดำทะมึนปรากฏขึ้นที่นอกหน้าต่างนั่น!

แสงจันทร์ที่สาดลงมาบ่งบอกให้รู้ว่า.... เขาเจออีกแล้ว!

เสียงสวบสาบดังขึ้นเมื่อเงาที่ว่าเคลื่อนตัวไปรอบบ้าน

ลมเย็นๆ โชยเข้ามาปะทะทุกส่วนในร่างกายเขาอย่างจัง ไม่เว้นแม้ขุมขนเดียว!

เสียงสวบสาบยังคงดังเป็นระยะ สลับกับเงาดำที่เคลื่อนไปมาอย่างแช่มช้า

ไม่ต้องใช้มุมกล้อง ไม่ต้องใช้สลิง ไม่ต้องมีสแตนอิน เหงื่อทุกขุมขนหายไปในชั่วอึดใจ

เขาเคยคิดว่าการเผชิญหน้าไม่ใช่สิ่งน่ากลัว แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป

เขาหลับตาสนิท! เพราะ ...






ผีทำให้อากาศเย็น นอนหลับสบายเป็นที่สุด!!



ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ผีบางตนบนโลกใบนี้
สวัสดี

ปล. ว่าง ว่าง น่าจะไปลองหาซื้อผีมาเลี้ยงไว้ที่บ้านซักตัว ประหยัดค่าไฟนะเออ คนประหลาดคิวว์ เขาบอกมา...



ภาษาไทยวันละหลายคำ :
ประหลาด = ว. แปลก, ผิดปรกติ, น่าพิศวง.
ประหลาท[ปฺระ-หฺลาด] (สก. ปฺรหฺลาท) = น. ความปลื้ม, ความยินดี, ความสบายใจ, ความชื่นบาน.

คิวว์ทานุกรม ภาคI

ปูมที่ 130806

วันก่อน
นั่งดูหนังฝรั่งเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องหมาๆ หลายชาติ หลายภาษา หลายเชื้อสายเผ่าพันธุ์

พุดเดิ้ล รีทรีฟเวอร์ ชิสุ เทอร์เรีย ต่างถิ่นที่มา บ้างก็อังกฤษ สเปน อิตาลี ฝรั่งเศส
แปลก ที่มันเห่ากันรู้เรื่อง ไม่มีแบ่งแยกสีขนแต่ประการใด
ต่างจากมนุษย์ที่พูดจาภาษาเดียวกันแต่ดันฟังกันไม่รู้เรื่อง

เมื่อคิดได้ดังนั้นผมเลยคิดที่จะจัดทำปทานุกรม แปลความหมายของคำบางคำ
เพื่อให้เพื่อนมนุษย์ได้เข้าใจกันได้ง่ายขึ้น เพิ่มความสามารถในการตีความเรื่องทั่วไปที่ได้ยินกันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน

..
..

อยุธยา
-หลักฐานทางประวัติศาสตร์ว่าชาติไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของชาติใด

ไทย
-ประเทศที่กวาดล้าง"เพื่อนแบบนี้มีคนเดียวในโลก" แต่อนุญาตให้ชายหนุ่มขายเรือนร่างได้โดยไม่ถูกจับ

จั๊กแร้
-เครื่องแสดงความงามของวัยรุ่นแถวสยาม

จขกท
- จิ๋มของกระเทย

รับปริญญา
- พิธีอั้นฉี่หมู่ของเด็กมหา'ลัย

Dhoom Dhoom
- นมปลอม

ไฮโซ
- กลุ่มบุคคลที่มีกระบังส่วนตัว

มักกะสัน
- เขตหนึ่งในกรุงเทพมหานครที่ประชากรเซ็กส์จัดที่สุด

รูปี
- ขั้นกว่าของ รูเดือน

ไอโอดีน
- สารชนิดหนึ่งในตารางธาตุ ค้นพบ โดย ทิง

ถั่วงอก
- ข้อพิสูจน์ว่า ทำสิ่งใดไปย่อมไม่ได้รับสิ่งเดิมตอบแทน



สวัสดี

รับปริญญา??

ปูมที่ 040806

 
แม้ว่าจะไม่ขึ้นรับพระราชทานปริญญาบัตรในหอประชุมใหญ่ แต่ผมก็ยังมีกะใจจะไปถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ที่ร่วมตรากตรำผ่าศึกด้วยกันมา

ว่าแล้วจึงโผล่หน้าไปมหา'ลัย ในวันซ้อมย่อย เพื่อที่จะเอาชุดครุยที่ฝากไว้แรมปีกับเพื่อนที่คณะ

โผล่ไปปุ๊ป เพื่อนๆรีบทัก "ได้ข่าวว่าที่แกไม่ขึ้นรับ เป็นพราะพ่อกับแม่แกไม่ชอบฟ้าชายจริงป่าว?"

ตึ่ง!!!

งานนี้ก็ตัวใครตัวมันสิครับพี่น้อง เล่นลือกันไปนู่น แถมไม่รู้ต้นตออีกต่างหากว่าใครเป็นคนปล่อยข่าว เท่าที่เพื่อนมันรายงานคือ ได้ข่าวมาอีกทีจากพวกเด็กฟิล์ม...

เดี๋ยวนะ!! นี่ผมสนิทกับพวกเด็กเอกฟิล์มตั้งแต่เมื่อไหร่??

ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ คุก เอ๊ย ความงง

สวัสดี

I am 100% Thai

ปูมที่ 200706


ไม่ชอบใจที่เห็นคนไทยไม่ชอบใช้ภาษาไทย ทั้งงานเขียนต่างๆ ทั้งการโพสข้อความลงอินเตอร์เน็ต รวมถึงการพูดการจาไทยคำฝรั่งคำคำ ไม่รู้ว่ามันทำให้โก้ ให้เก๋ ดูดี มีชาติตระกูลตรงไหน เคารพบูชากันนักนี่ไอ้ภาษาตาน้ำข้าวเนี่ย ท่าทางคงจะลืมไปสินะว่าคนไทยเป็นเชื้อชาติเดียวที่สื่อสารด้วยภาษาไทยเป็น และเป็นเพียงประเทศเดียวในโลกที่มีภาษาราชการคือภาษาไทย!

การเรียนภาษาอังกฤษเพื่อรู้ เพื่อที่จะได้ฟังที่ชาวต่างชาติสื่อสารความคิด ความรู้ และสามารถสื่อสารกลับได้ มันก็ดีอยู่หรอก จะได้เข้าใจความคิดความอ่านของคนอื่นมากขึ้น แต่ไอ้การที่คิดว่าข้าเจ๋ง ข้าเก่ง ข้าพูดอังกฤษได้ แล้วไม่สน ไม่อยากพูด ไม่อยากเขียนภาษาพ่อภาษาแม่นี่พอได้แล้วเหอะ เห็นแล้วสงสารโคตรเหง้าบรรพบุรุษ บรรพสตรี ที่ช่วยกันหลั่งเลือดเนื้อปกป้องภาษา ปกป้องดินแดนบิดๆเบี้ยวๆนี้เอาไว้

ประชากรทั่วโลกตอนนี้มีทั้งหมดประมาณ 7พันล้านคน เป็นคนไทยซะ 63ล้านคน คิดเป็นเปอร์เซ็นประชากรไทย 0.9% (นี่ยังไม่หักลบคนจีน คนพม่า คนมาเล คนลาว ฯลฯ ที่มีสัญชาติไทยในภายหลังนะ) ป้าดดดโธ่! มีคนใช้ภาษาไทยอยู่ไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นของโลก ยังจะมาสะดีดสะดิ้งไม่สนใจพูด ไม่สนใจเขียนอีก ไอ้พวกนี้นี่ช่างกล้า!! คอยดูเหอะซักวันคำพูดที่ว่า "อ๋อ ประเทศไทย ประเทศที่เคยมีภาษาเป็นของตัวเองน่ะเหรอ" จะกลายเป็นเรื่องปกติ!

จำไว้นะ ถ้าไม่จำเป็นต้องใช้อย่ามากระแดะคุยกับข้าพเจ้าเป็นภาษาอังกฤษ ข้าพเจ้าเป็นคนไทย ยินยอมสื่อสารด้วยภาษาไทยเท่านั้น...ไอ้พวกคนไทยที่อาศัยอยู่บนแผ่นนี้ก็ควรจะสำเนียกเอาไว้ เดินชนฝรั่งในแผ่นดินสยามห้ามเอ่ย Sorry เป็นอันขาด จำไว้ คนไทยเค้าพูดเป็นแต่ "ขอโทษครับ/ค่ะ"

ปล. ที่ใช้ชื่อหัวข้อทุกวันๆเป็นภาษาอังกฤษนี่ก็เพราะหาทางแก้ font ไทยให้ตัวใหญ่อ่านง่ายไม่ได้หรอกนะ ไม่ได้บ้าน้ำลายฝรั่ง!!


สวัสดี...

BroDaBest

ปูมที่ 190706

ปูมที่ 190706



 "มีแต่จะขอบคุณ ^^"

...My Niisan is da best...

Happy Bad Day

ปูมที่ 170706



ตั้งแต่ตื่นนอนยันเข้านอน อะไรมากมายว่ะ?

This world isn't ever perfect. It is imperfect.That's why it's unpredictable.

So close but can't reach...

 ปูมที่ 110706

วินาทีนี้หากไม่เอ่ยถึงบอลโลก คงจะดูตกยุคกระไรอยู่ แต่สิ่งที่จะกล่าวถึงในวันนี้หาใช่เรื่องที่ว่าทีมใดคว้าแชมป์ Fefa World Cup ไปในปีนี้ เพราะเรื่องนี้นั้นทางสำนักข่าวทั่วโลกคงจะประโคมข่าวให้ทราบทั่วกันแล้วว่าทีมอัซซูรีได้กลับมาผงาดคว้าแชมป์อีกครา (55++ ขอหัวเราะด้วยความสะใจพอเป็นพิธี) หากแต่สิ่งที่จะเอ่ยถึงคือสิ่งที่คนทั้งโลกยังคงคลางแคลงใจ... เกิดอะไรขึ้นกับ Zinédine Zidane? Materazzi พูดอะไรกับเขา หัวล้านๆจึงได้พุ่งไปโขกใจกลางหน้าอก ทำเอาอีกฝ่ายลอยละลิ่วหงายเก๋ง ขณะที่ Zidane เองก็โดนใบแดงลอยละลิ่วปลิวออกจากสนามไปเช่นเดียวกัน...

หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้นทั้งสองฝ่ายต่างปิดปากเงียบ ไม่ยอมแถลงข่าวใดๆเกี่ยวกับเรื่องนี้ ด้านกระแสข่าวเมืองน้ำหอมเชื่อว่า Zidane อาจจะโดน Materazzi สบประมาทแม่ ขณะที่แหล่งข่าวในอิตาลีกลับเชื่อว่า กองหลังของตนอาจจะต่อว่าอดีตนักเตะวัย 34 ปี ว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้ายซึ่งหมายความไปถึงชาวแอลจีเรีย ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของ "ซิซู"นั่นเอง นอกจากนี้ยังมีบางแหล่งข่าวเชื่อว่าสาเหตุที่นักเตะใจเย็นอย่าง Zidane กล้ากระทำการอุกอาจจนถึงขั้นโดนใบแดงไล่ออกจากสนามนั้นอาจจะเนื่องมาจากโดนเหยียดสีผิวก็เป็นได้

อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่แฟนบอลชาวเมืองน้ำหอมกล่าวอ้างว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ทีมของตนชวดแชมป์โลกในปีนี้ และถึงแม้ว่าการกระทำของ Zinédine Zidane ในครั้งนี้จะไม่ถูกแบนและไม่แม้แต่จะถูกปรับ (และเขายังได้รางวัลลูกบอลทองคำมาเป็นของแถม) แต่นั่นก็ทำให้เขาปิดฉากการค้าแข้งระดับโลกไปอย่างไม่สวยงามนัก

 

ว่ากันว่าภาพที่ Classic ที่สุดของบอลโลกในครั้งนี้ก็คือ ภาพที่ Zidane เดินผ่านถ้วยรางวัลไป ....ห่างแค่เพียงเอื้อมมือ แต่ช่างดูแสนไกล... วินาทีนี้คงจะไม่มีเพลงไหนเหมาะสมกับเขาเท่ากับเพลงนี้อีกแล้ว...


ขอความสุขสวัสดิ์จงมีแด่ Macro Materazzi Man of the match ตัวจริง

สวัสดี...

080706

ปูมที่ 080706

 

วันนี้เลขสวยมากมาย โดยเฉพาะเวลา 11.10.09 08.07.06 แปลเป็นไทยได้ว่า เวลา สิบเอ็ดนาฬิกา สิบนาที เก้าวินาที วันที่แปด เดือนเจ็ด ปีศูนย์หก เอ๊า สวยจริงๆนะเออจะบอกให้ ถือโอกาสอัพมายสเปซซะหน่อย เพราะไม่ได้อัพมาแสนนาน เผอิญว่าแอบไปติดใจบล็อกใหม่อยู่ที่นึงเลยนั่งแต่งซะเพลิน.. ขนาดนั่งประชุมอยู่ยังแอบแก้โค้ด template เลย ^^" เป็นเอามาก ..


ว่าแล้วก็ถือโอกาสโฆษณาซะเลย http://k-yu.blogspot.com/

 

ขอความสุขจงมีแด่ผู้ที่แวะเข้าไปชมทุกคน

 

สวัสดี...